ชื่อเรื่องอาจจะดูยิ่งใหญ่ไปหน่อยนะครับ ล่าสุดหลังจากที่ได้ตรวจติดตามอาการและให้คำปรึกษากับคนไข้ ผมคิดว่าจำเป็นต้องทำโพสต์เกี่ยวกับเรื่องนี้ขึ้นมาครับ ผมได้รับปากกับคนไข้ไว้ว่าจะลองเขียนเรื่องนี้ดูสักครั้ง ก็ต้องรักษาสัญญาครับ ^^
โดยปกติแล้วในการผ่าตัดที่เรียกกันว่า "การกรีดสองเส้น" (การลดระดับชั้นตา) มักจะมีกรณีที่ต้องลดระดับเส้นชั้นตาลงมาค่อนข้างมากครับ
ขอแจ้งให้ทราบก่อนเลยนะครับว่า ที่คลินิกศัลยกรรมกังนัมซอยอน เราไม่ได้เย็บยึดชั้นตา (Fixation) ลึกครับ
สำหรับรายละเอียดเกี่ยวกับการกรีดสองเส้น (ลดระดับชั้นตา) รบกวนอ้างอิงจากโพสต์ก่อนหน้านี้นะครับ
https://blog.naver.com/medicdoctor/221353621318
ในการลดระดับชั้นตา บางครั้งคนไข้ก็มีความต้องการที่จะให้ชั้นตาดูแทบจะมองไม่เห็นเลยตามความต้องการของแต่ละบุคคลครับ
โดยเฉพาะในผู้ชายมักจะเป็นเช่นนั้น และในผู้หญิงเองก็มีบางกรณีที่ต้องการแบบนั้นเช่นกันครับ
ขอยกตัวอย่างการกรีดสองเส้นนะครับ ในกรณีที่ต้องการลดระดับชั้นตาให้เป็นเหมือนตาชั้นเดียวหลบใน

นี่คือภาพหลังผ่าตัด 1 สัปดาห์ครับ จะเห็นได้ว่าบริเวณเหนือรอยกรีดดูนูนขึ้นมาเล็กน้อย
เมื่อเห็นว่ามีลักษณะเหมือนเป็นขั้นบันไดแบบนี้ สิ่งที่คนไข้มักจะเข้าใจผิดมากที่สุดก็คือคิดว่า "เย็บยึดชั้นตาลึกเกินไป" ครับ
ซึ่งนี่ไม่ใช่การเย็บยึดชั้นตาที่ลึกนะครับ
เอ๊ะ? แล้วมันคืออะไรล่ะครับ?
สาเหตุมาจาก 2 ประการครับ
1. ประการแรกเป็นเพราะเทคนิคการผ่าตัดครับ การทำเทคนิคกรีดสองเส้นมักจะทำให้เกิดรอยพับซ้อนกันได้ง่าย ดังนั้นเพื่อป้องกันรอยพับซ้อนที่มักเกิดขึ้นหากศัลยแพทย์มีประสบการณ์ไม่มากพอหรือเกิดความผิดพลาด จึงต้องมีการทำระบบป้องกันเอาไว้ครับ

การใช้เทคนิคนี้ถือเป็นวิธีที่ช่วยป้องกันรอยพับซ้อนได้ครับ หลายท่านอาจจะทราบดีว่า หลังจากผ่าตัดผมแทบจะไม่ติดเทปบนเปลือกตาเลย กรณีที่จะติดนั้นหายากมาก เช่น ผิวหนังบางมากๆ หรือเป็นกรณีพิเศษจริงๆ ครับ
2. ประการที่สอง แม้ว่าจะกำหนดระดับชั้นตาไว้ต่ำแล้ว แต่ถ้าผิวหนังไม่เพียงพอ ชั้นตาก็จะยังคงมองเห็นได้อยู่ดี เพื่อไม่ให้มองเห็นชั้นตา จึงต้องเหลือผิวหนังด้านบนเอาไว้เพื่อให้สามารถตกลงมาปกคลุมได้ครับ
หมายความว่าอย่างไรน่ะหรือครับ

เป็นเพราะเราได้เหลือผิวหนังบริเวณที่ลูกศรชี้ไว้เหนือรอยกรีดชั้นตาครับ ภาพประกอบด้านบนนี้คัดลอกมาจากบทความเรื่อง "การปรับกล้ามเนื้อตาแบบไร้ชั้นตา" ที่ผมได้ตีพิมพ์ในวารสารสมาคมศัลยกรรมตกแต่งเพื่อความงามแห่งสหรัฐอเมริกาเป็นครั้งแรกของโลกในปี 2018 ครับ
https://blog.naver.com/medicdoctor/221345077605
ลองดูวิดีโอต่อไปนี้กันครับ

ในภาพนี้ตอนที่หลับตา ส่วนที่ดูเหมือนรอยพับนั้นไม่ใช่รอยแผลเป็นนะครับ แต่เป็นผิวหนังที่เหลือไว้เหนือรอยกรีด โดยมีจุดประสงค์เพื่อให้ตกลงมาปกคลุมชั้นตาเวลาลืมตาครับ
หากไม่ชอบลักษณะแบบนี้ ก็สามารถตัดผิวหนังส่วนที่ปกคลุมออกได้ แต่ก็จะทำให้มองเห็นชั้นตาชัดขึ้นครับ ซึ่งจะทำให้ระดับชั้นตาไม่ต่ำลงตามที่ต้องการ และแทนที่จะตัดออก การเพิ่มระดับชั้นตาให้สูงขึ้นจะดีกว่าครับ

แต่ถ้าลองดึงผิวหนังดู จะเห็นเป็นเส้นจางๆ ที่ดูเรียบเนียน ส่วนสีขาวๆ ที่เห็นนั้นเกิดจากการที่คนไข้ทาครีมกันแดดมา แล้วครีมไปตกร่องตรงรอยพับครับ
ไม่แน่ใจว่าตอนนี้ความเข้าใจผิดเกี่ยวกับการเย็บยึดชั้นตาจะคลี่คลายลงหรือยังนะครับ
การเย็บยึดชั้นตาที่ลึกในความหมายของศัลยแพทย์ตกแต่ง ไม่ใช่ลักษณะแบบนี้ครับ

รอยแผลเป็นที่บุ๋มลงไปแบบนี้ต่างหากครับที่เรียกว่าการเย็บยึดชั้นตาลึก

ภาพด้านซ้ายคือรอยที่ดูเหมือนถูกหนีบ ส่วนภาพด้านขวาคือผลลัพธ์หลังจากการลดระดับชั้นตาด้วยเทคนิคกรีดสองเส้น พร้อมกับปรับปรุงรอยแผลเป็นให้ดีขึ้นมากที่สุดครับ ลูกศรด้านบนชี้รอยแผลเป็นปัจจุบัน ส่วนลูกศรด้านล่างชี้รอยแผลเป็นเก่าครับ
คลินิกของเราใช้การเย็บยึดชั้นตาแบบตื้นเพื่อลดการเกิดรอยแผลเป็นให้เหลือน้อยที่สุดครับ
ขอเสริมว่า ส่วนที่ดูเหมือนรอยพับเมื่อสักครู่นี้ เมื่อเวลาผ่านไปจะค่อยๆ คลายตัวและเรียบเนียนขึ้นกว่าตอนนี้ครับ

นี่คือภาพที่คัดลอกมาจากตำราศัลยกรรมตกแต่งเพื่อความงามของเรา (สำนักพิมพ์กุนจา) ครับ รอยที่ดูบุ๋มลงไปก็จะค่อยๆ คลายตัวเมื่อเวลาผ่านไปเช่นกัน แต่ในกรณีที่ลดระดับชั้นตาลงมามาก ผิวหนังเหนือรอยกรีดจะดูตกลงมาปกคลุมตามที่ได้อธิบายไปก่อนหน้านี้ครับ และยิ่งเป็นคนที่มีตาโปนก็จะยิ่งดูเรียบเนียน ส่วนคนที่มีตาลึก ผิวหนังก็จะดูตกลงมาปกคลุมมากกว่าครับ
หากไม่ทราบถึงบริบทและเหตุผลเหล่านี้ แพทย์มือใหม่หรือคนไข้ทั่วไปก็มักจะเข้าใจผิดได้ง่ายๆ ครับ
ขอเสริมว่า รอยแผลเป็นจากการทำตาสองชั้นแบบกรีดทั่วไป ในช่วงแรกเส้นชั้นตาก็อาจจะดูคดเคี้ยว นูนขึ้นมา หรือมีลักษณะที่หลากหลายได้ครับ
อาการจะดูแย่ลงจนถึงช่วงประมาณ 3 เดือนแรก และจะดีขึ้นเมื่อผ่านไป 6 เดือนครับ
การประเมินรอยแผลเป็นตั้งแต่เดือนแรกจึงเป็นเรื่องที่ไม่สมเหตุสมผลเลยครับ ㅠㅠ

แม้ว่ารอยแผลเป็นจากการกรีดตรงลูกศรจะดูหักมุม แต่ถึงจะไม่ทำอะไรเลย มันก็จะค่อยๆ เข้าที่ไปเองตามธรรมชาติครับ
และมักจะมีคนไข้เคสแก้เข้ามาสอบถามอยู่เสมอครับ ว่ามาเพื่อแก้ไขรอยแผลเป็น...
แน่นอนว่ารอยแผลเป็นสามารถทำให้ดีขึ้นได้ แต่ไม่ได้หมายความว่าจะหายไปอย่างสมบูรณ์ครับ ต้องเข้าใจว่ารอยแผลเป็นที่รุนแรงซึ่งเกิดขึ้นไปแล้วนั้น แม้จะดูดีขึ้น แต่จะไม่มีทางหายไปได้ร้อยเปอร์เซ็นต์ บางครั้งมีคนที่บอกว่าจะแก้ตาเพราะรอยแผลเป็น ผมจะย้ำเตือนคนไข้ทุกคนเสมอว่า รอยแผลเป็นสามารถปรับปรุงให้ดีขึ้นได้ แต่จะไม่หายไปครับ สิ่งสำคัญอันดับแรกคือความสวยงามเวลาลืมตา ส่วนเรื่องรอยแผลเป็นนั้น ผมอยากให้ทราบว่าเราพยายามอย่างเต็มที่ที่สุดแล้ว เมื่อมีการกรีด ย่อมต้องเกิดรอยแผลเป็นเป็นธรรมดา เราพยายามอย่างเต็มที่ที่จะทำให้มองเห็นน้อยที่สุดเหมือนคนไข้ด้านบนครับ แต่การขอร้องไม่ให้มีรอยแผลเป็นเลยนั้นเป็นเรื่องที่โหดร้ายเกินไปครับ เนื่องจากปัญหาเรื่องสภาพร่างกายของแต่ละบุคคลก็มีผล และเราไม่สามารถรู้ได้เลยว่าสภาพภายในเดิมนั้นเป็นอย่างไร จึงไม่สามารถรับประกันเรื่องรอยแผลเป็นได้ 100% ครับ เราทำได้เพียงพยายามอย่างสุดความสามารถเท่านั้น



ก่อนผ่าตัด, หลังผ่าตัด 3 ปี ตอนหลับตา, ตอนลืมตา
