วันนี้หมอจะมาเขียนบทความเกี่ยวกับ...

หากดูที่ด้านซ้ายของรูปภาพ (ตาขวาของคนไข้) จะเห็นว่ามีตาขาวเปิดกว้างมากกว่าเมื่อเทียบกับตาอีกข้าง ลองดูที่ลูกศรครับ
เมื่อซูมดูใกล้ๆ จะเห็นได้ชัดเจนครับ

คนไข้ทำศัลยกรรมมาหลายปีแล้วครับ
ในกรณีนี้ หากคิดแบบคนทั่วไป แค่ถอดไหมที่เคยใช้ทำศัลยกรรมปรับกล้ามเนื้อตาออก จะช่วยแก้ปัญหาได้เลยหรือไม่?
ไม่ใช่ครับ นี่ไม่ใช่การผ่าตัดเพื่อคลายการปรับกล้ามเนื้อตา แต่เป็นการผ่าตัดแบบใหม่ที่เรียกว่า การผ่าตัดลดระดับกล้ามเนื้อตา (Levator Recession)
วิธีการคือการผ่าตัดแบบใหม่ที่ต้องเลาะพังผืดตั้งแต่ใต้กล้ามเนื้อยกเปลือกตา (Levator Muscle) ลงไปถึงกล้ามเนื้อมุลเลอร์ (Müller's Muscle) และเยื่อบุตาที่อยู่ด้านล่างออกทั้งหมด
หลักการคือการสร้างภาวะกล้ามเนื้อตาอ่อนแรงขึ้นมาใหม่ แล้วจึงทำการปรับกล้ามเนื้อตาใหม่อีกครั้งครับ
ข้อผิดพลาดที่พบได้บ่อยที่สุดคือ ในขณะที่ฉีดยาชา ตาจะเล็กลง ทำให้ดูเหมือนว่าการผ่าตัดลดระดับกล้ามเนื้อตาประสบความสำเร็จ แต่ในภายหลังมักจะกลับมาเป็นซ้ำอีกในส่วนใหญ่
เมื่อทำบ่อยๆ ก็จะเริ่มสะสมความเชี่ยวชาญและเทคนิคเฉพาะตัวขึ้นมาครับ
ตาอีกข้างมีลักษณะตาปรือเล็กน้อย ซึ่งหมอคาดว่าแทบจะไม่มีความจำเป็นต้องปรับกล้ามเนื้อตา แต่เมื่อผ่าตัดเปิดเข้าไปดูจริงๆ กลับพบว่ากล้ามเนื้อที่ใช้ลืมตานั้นแยกออกจากกัน

นี่คือรูปภาพในวันที่ 5 ครับ คนไข้เข้ามาพบแพทย์เพราะอยากทราบว่าชั้นตาเริ่มเข้าที่แล้วหรือยัง
การผ่าตัดลดระดับกล้ามเนื้อตาดูเหมือนจะผ่านไปได้ด้วยดี และความสมมาตรของตาทั้งสองข้างก็ยังดูเข้ากันได้ดีอยู่ครับ
แต่ก็ยังวางใจไม่ได้ครับ อย่างที่หมอได้อธิบายให้คนไข้ฟังไปแล้วว่า ในช่วง 1-2 เดือน อาจมีหลายกรณีที่ตาจะกลับมาเบิกกว้างอีกครั้งจากสาเหตุต่างๆ เช่น การหดรั้งของแผลเป็น ซึ่งในจุดนี้จะทำให้เกิดความลังเลอย่างมากว่า จะผ่าตัดเปิดแผลเพื่อลดระดับกล้ามเนื้อตาเพิ่มอีก หรือจะรอดูอาการต่อไป...
เรื่องนี้ขึ้นอยู่กับการตัดสินใจของหมอ แต่ก็ต้องตัดสินใจโดยอาศัยความไว้วางใจจากคนไข้ด้วยครับ
เนื่องจากเพิ่งผ่านไปเพียง 5 วัน จึงยังมีอาการบวมอยู่ แต่เมื่อเวลาผ่านไป ตาทั้งสองข้างจะโตขึ้นกว่านี้อีกเล็กน้อย และชั้นตาจะดูเป็นธรรมชาติมากขึ้นครับ
นี่คือวิดีโอก่อนการผ่าตัดครับ
