สวัสดีค่ะ!
เพื่อการผ่าตัดที่สร้างความพึงพอใจสูงสุด
เรามุ่งมั่นทำอย่างเต็มที่เสมอ
คลินิกศัลยกรรมกังนัมซอยอนค่ะ :)
วันนี้เราจะมาทำความรู้จักกับการผ่าตัดแก้ไขภาวะเปลือกตาหดรั้ง ซึ่งเป็นการผ่าตัดที่ทำเมื่อเกิดการแก้ไขมากเกินไป (โอเวอร์) หลังการแก้กล้ามเนื้อตาค่ะ

โดยจะเล่าเกี่ยวกับภาวะเปลือกตาหดรั้ง จากเนื้อหาการผ่าตัดแก้ไขภาวะเปลือกตาหดรั้งที่ นพ.ชเว ดงอิล ได้นำเสนอในการประชุมวิชาการสัมมนาครั้งที่ 15 ของชมรมวิจัยศัลยกรรมตกแต่งดวงตา เมื่อวันที่ 3 กรกฎาคม 2022
ในช่วง 10 ปีที่ผ่านมา ดูเหมือนว่าการแก้กล้ามเนื้อตาจะมีมากขึ้นกว่าเมื่อก่อนมาก
แน่นอนว่ามีหลายกรณีที่การผ่าตัดแก้กล้ามเนื้อตาได้ผลดี แต่ในขณะเดียวกัน กรณีที่เกิดผลข้างเคียงหลังการผ่าตัดแก้กล้ามเนื้อตาก็ดูจะมีมากขึ้นด้วย
โดยเฉพาะหลังการผ่าตัดแก้กล้ามเนื้อตาที่ทำให้ดวงตาที่เล็กและดูง่วงนอนกลายเป็นดวงตาที่ใหญ่ขึ้น กลับกลายเป็นแก้ไขมากเกินไปจนดูเหมือนตาเบิกกว้างเหมือนตกใจ
และมีหลายกรณีที่ก่อให้เกิดผลข้างเคียงในเชิงการทำงานของดวงตาด้วย
ในกรณีเช่นนี้ จะต้องทำการผ่าตัดที่เรียกว่าการแก้ไขภาวะเปลือกตาหดรั้ง แต่เนื่องจากคำว่า "ภาวะเปลือกตาหดรั้ง" เป็นคำที่ไม่คุ้นเคย จึงมีหลายคนที่สับสนว่าหมายความว่าอย่างไรกันแน่
เราจะอธิบายให้เข้าใจง่ายและถูกต้องผ่านโพสต์นี้ค่ะ
ภาพด้านล่างนี้ นอกจากการปรับความสว่างแล้ว
ไม่ได้ผ่านการรีทัชหรือตกแต่งใดๆ ทั้งสิ้นค่ะ :)


ก่อนอื่น หากจะอธิบายความหมายของคำว่า "การแก้ไขภาวะเปลือกตาหดรั้ง" ให้ชัดเจน
การแก้ไขภาวะเปลือกตาหดรั้ง คือการผ่าตัดเพื่อแก้ไขสิ่งที่หดรั้ง (retraction)
บางคนเข้าใจผิดว่าคำว่า "หดรั้ง" หมายถึงการทำให้กล้ามเนื้อที่ใช้ลืมตาถอยร่นกลับ จึงใช้คำนี้ผิด
แต่ "หดรั้ง" ไม่ได้มีความหมายเช่นนั้น การหดรั้งคือการที่เปลือกตาถูกดึงรั้งขึ้นจนลืมตากว้างเกินไป ดังในภาพค่ะ
ดังนั้น การผ่าตัดเพื่อแก้ไขดวงตาที่หดรั้ง จึงเรียกว่าการผ่าตัดแก้ไขภาวะเปลือกตาหดรั้งค่ะ

แล้วการแก้ไขภาวะเปลือกตาหดรั้งทำอย่างไร?
หลายคนอาจคิดว่า ในเมื่อผลข้างเคียงจากการแก้ไขมากเกินไปเกิดขึ้นหลังการผ่าตัดแก้กล้ามเนื้อตา งั้นก็แค่เลาะการแก้กล้ามเนื้อตาออกก็น่าจะพอไม่ใช่หรือ
แต่การเพียงเอาไหมที่ใช้แก้กล้ามเนื้อตาบนกล้ามเนื้อที่ใช้ลืมตาออก ไม่สามารถแก้ไขดวงตาที่หดรั้งได้อย่างเด็ดขาด

อันที่จริง คนไข้ในภาพด้านบนก็เคยไปทำการผ่าตัดเลาะการแก้กล้ามเนื้อตาที่โรงพยาบาลอื่นมาแล้ว
แม้จะบอกว่าได้เลาะกล้ามเนื้อที่ใช้ลืมตาและแยกกล้ามเนื้อมุลเลอร์ออกแล้ว แต่ก็ไม่ได้รับการแก้ไขเลยแม้แต่น้อย

การแก้ไขภาวะเปลือกตาหดรั้ง อันดับแรก
จะต้องแยกกล้ามเนื้อยกเปลือกตา (กล้ามเนื้อที่ใช้ลืมตา) ออกจากแผ่นทาร์ซัส เพื่อเปิดให้เห็นกล้ามเนื้อมุลเลอร์
จากนั้นแยกเยื่อบุตาออกจากกล้ามเนื้อมุลเลอร์ แล้วจึงทำการผ่าตัดแก้ไขการหดรั้งค่ะ
จะต้องเลาะแยกเนื้อเยื่อทีละขั้นตอนอย่างดี เพื่อคลายพังผืดที่ยึดติดกัน
ตัวการผ่าตัดเองก็มีปัจจัยแปรผันหลายอย่าง และเป็นการผ่าตัดที่ยากสำหรับผู้ที่มีประสบการณ์ไม่มาก
การผ่าตัดแก้ไขภาวะเปลือกตาหดรั้งมีปัจจัยแปรผันหลายอย่าง
หนึ่งในนั้นคือ กรณีที่ในช่วงหลังผ่าตัดใหม่ๆ ดูเหมือนว่าการแก้ไขการหดรั้งได้ผลดี แต่ต่อมาดวงตากลับดูเบิกกว้างขึ้นอีกครั้ง
หากภายใน 2~3 สัปดาห์หลังผ่าตัด ดวงตากลับมาเบิกกว้างขึ้นอีก จำเป็นต้องได้รับการแก้ไขตั้งแต่เนิ่นๆ ค่ะ
นี่เป็นเพราะระหว่างการผ่าตัดในสภาวะที่ยาชาออกฤทธิ์ ดวงตาจะเล็กลงจนดูเหมือนว่าการผ่าตัดแก้การหดรั้งได้ผลดี
แต่เมื่อเวลาผ่านไปกลับพบว่าการแก้การหดรั้งยังทำได้ไม่เพียงพอ
ด้วยเหตุนี้ จึงควรเข้ารับการผ่าตัดกับแพทย์ที่มีประสบการณ์มากอย่างแน่นอน
นอกจากนี้ ในช่วง 1 ถึง 2 เดือนหลังผ่าตัด ก็อาจมีกรณีที่กลับมาเป็นซ้ำจนดูเหมือนตาเบิกกว้างอีกครั้ง จากสาเหตุต่างๆ เช่น แผลเป็นหรือการหดรั้งของเนื้อเยื่อ
ในกรณีนี้ จะพิจารณาจากสภาพของคนไข้ว่าจะผ่าตัดซ้ำเพื่อแก้การหดรั้งเพิ่ม หรือจะเฝ้าติดตามอาการและรอดูต่อไปอีกสักระยะ
ในกรณีของการแก้ไขภาวะเปลือกตาหดรั้ง แม้โอกาสที่จะต้องได้รับการแก้ไขตั้งแต่เนิ่นๆ จะค่อนข้างสูง แต่ก็ไม่ได้เป็นเช่นนั้นทุกคน จึงไม่ต้องกังวลมากเกินไปค่ะ
และโอกาสที่จะเกิดความไม่สมมาตรก็ค่อนข้างสูงเมื่อเทียบกับการผ่าตัดอื่น
แต่ก็ไม่ได้เป็นเช่นนั้นทุกกรณีเสมอไป จึงไม่ต้องกังวลมากเกินไปเช่นกันค่ะ
ในกรณีที่เกิดความไม่สมมาตร เนื่องจากมีปัจจัยแปรผันมาก จึงจะไม่แก้ไขตั้งแต่เนิ่นๆ แต่จะแก้ไขอีกครั้งหลังผ่าตัดไปแล้ว 6 เดือน
สุดท้ายนี้ เราจะให้ดูเคสตัวอย่างการผ่าตัดแก้ไขภาวะเปลือกตาหดรั้ง แล้วจึงจบการนำเสนอค่ะ

สำหรับคนไข้รายนี้ ในภาพดวงตาด้านขวาถูกแก้ไขมากเกินไป จึงทำการแก้ไขภาวะเปลือกตาหดรั้ง
และในภาพเส้นชั้นตาด้านซ้ายค่อนข้างต่ำ จึงเป็นเคสที่แก้ไขให้สูงขึ้นเล็กน้อยค่ะ

เคสถัดไปค่ะ
เกี่ยวกับภาวะเปลือกตาหดรั้ง
สามารถดูรายละเอียดเพิ่มเติมได้จากวิดีโอด้านล่างค่ะ
↓↓↓↓↓↓
