การปรับกล้ามเนื้อตาแบบไม่กรีดกำลังได้รับความนิยมอย่างมากในปัจจุบัน

เรามาดูกันว่ามีผลข้างเคียงอะไรบ้าง และเคสแบบไหนที่ไม่ควรทำ

วิธีแบบไม่กรีดมีคำเรียกที่หลากหลาย เช่น วิธีเย็บจุด, วิธีเย็บแบบจิ้ม, วิธีไม่กรีด, วิธีเย็บจุดแบบธรรมชาติ เป็นต้น

ซึ่งท้ายที่สุดแล้วทั้งหมดนี้ก็จัดอยู่ในวิธีเย็บจุดนั่นเอง

วิธีเย็บจุดคืออะไร??

คือการร้อยไหมผ่านผิวหนังไปยังเยื่อบุตาแล้วเย็บผูกไว้

อย่างไรก็ตาม มีหลายเคสที่ไม่ควรใช้วิธีนี้

1. กรณีที่ผิวหนังหนา - ชั้นตาจะหลุดได้ง่าย

ดังนั้น คนไข้เคสด้านบนจึงทำการปรับกล้ามเนื้อตาแบบกรีด

2. กรณีที่มีไขมันเยอะ - ชั้นตาก็จะหลุดได้ง่ายเช่นกัน

ดังนั้น คนไข้เคสด้านบนจึงทำการปรับกล้ามเนื้อตาแบบกรีด

3. กรณีที่กล้ามเนื้อตาอ่อนแรง - ขอแนะนำให้ทำการปรับกล้ามเนื้อตาแบบกรีด เพราะหากใช้วิธีเย็บผูกที่แน่นเกินไป อาจทำให้เกิดอาการปวดอย่างรุนแรงได้ โดยทั่วไปการกรีดและเย็บขึงให้สม่ำเสมอจะช่วยกระจายแรงตึงได้ดีกว่า ลองคิดดูว่าจะรู้สึกอึดอัดแค่ไหนหากถูกดึงรั้งไว้เพียงจุดเดียว

ยกตัวอย่างเช่น เวลาดึงตัวคน การดึงทั้งตัว การดึงแค่แขน กับการใช้นิ้วเดียวดึงทั้งตัว.. แบบไหนจะรู้สึกสบายกว่ากัน??

4. กรณีที่มีผิวหนังหย่อนคล้อย - จะมองไม่เห็นชั้นตา เพราะท้ายที่สุดแล้วผิวหนังจะตกลงมาปกคลุมจนหมด

5. กรณีที่ต้องเปลี่ยนรูปทรงของดวงตา - จะต้องทำการปรับกล้ามเนื้อตาและตัดแต่งผิวหนังอย่างเหมาะสมจึงจะได้รูปทรงที่สวยงาม

6. กรณีที่ตาไม่เท่ากันอย่างเห็นได้ชัด

แล้วเคสแบบไหนที่เหมาะกับการทำวิธีเย็บจุด หรือการปรับกล้ามเนื้อตาแบบไม่กรีด?

1. ต้องไม่มีผิวหนังหย่อนคล้อย

2. กล้ามเนื้อตาต้องมีแรงลืมตาที่ดี และไม่มีภาวะกล้ามเนื้อตาอ่อนแรง (Ptosis) ที่รุนแรง

3. ผิวหนังต้องบาง

ดังเช่นเคสด้านล่างนี้ครับ