สวัสดีค่ะ~ คลินิกศัลยกรรมกังนัมซอยอนค่ะ :)
พอพูดถึงกังนัมซอยอน ทุกท่านนึกถึงอะไรกันคะ?
คงมีหลายคำผุดขึ้นมาในหัวใช่ไหมคะ~
และในบรรดานั้น หลายท่านคงนึกถึงการผ่าตัดแก้ไขตาค่ะ
คนไข้ที่กำลังจะผ่าตัดเป็นครั้งแรก ยกมือขึ้นหน่อยค่ะ!
วิธีผ่าตัดที่มีหลากหลายอาจทำให้รู้สึกสับสนได้ค่ะ
แต่ผู้ที่กำลังสนใจการทำตาสองชั้นอยู่ อย่างน้อยก็คงรู้เรื่องนี้ค่ะ
ติ๊งต่อง~ ถูกต้องค่ะ!
ใช่แล้วค่ะ~
การทำตาสองชั้นนั้น สามารถแบ่งออกได้
เป็นประเภทใหญ่ๆ ดังนี้ค่ะ :)
วันนี้จะขอพูดถึงการทำตาสองชั้นแบบกรีดค่ะ
บางครั้งในบรรดาคนไข้ที่ผ่าตัดครั้งแรก ก็มีคนแบบนี้ค่ะ
ไม่ใช่นะคะ!
ขอให้ลบความเชื่อที่ว่าการผ่าตัดครั้งแรกควรทำแบบไม่กรีดดีกว่าแบบกรีดออกไปเลยค่ะ!
ทั้งสองวิธีต่างก็มีข้อดีข้อเสียของตัวเองค่ะ :)
มีคนไข้ที่ได้รับคำแนะนำให้ทำแบบกรีด แต่...
คนไข้กลุ่มนี้ หากทำแบบไม่กรีด มีโอกาสสูงมากที่ชั้นตาจะหลุดค่ะ :(
อุตส่าห์ผ่าตัดมาอย่างยากลำบาก ถ้าชั้นตาหลุดก็คงเสียใจมากใช่ไหมคะ?
ไม่เพียงแต่ผู้ที่มีไขมันมากเท่านั้น ผู้ที่ผิวหนังมีความยืดหยุ่นดีหรือผิวหนาเหนียว ก็เหมาะกับการทำแบบกรีดเช่นกันค่ะ
การทำแบบกรีดสามารถเอาไขมันออกหรือจัดการกล้ามเนื้อได้อย่างเหมาะสมกว่าการทำแบบไม่กรีดค่ะ~
แม้จะมีข้อเสียคือฟื้นตัวช้ากว่าแบบไม่กรีด แต่วิธีกรีดนั้นชั้นตาจะไม่ค่อยหลุดค่ะ!
บางครั้งก็มีคนไข้แบบนี้ค่ะ
คือผู้ที่ใช้เทปติดตาสองชั้นหรือกาวทำตาสองชั้นมาตั้งแต่เด็ก จนหนังตาหย่อนคล้อยค่ะ
ดวงตาที่หย่อนคล้อยแบบนี้ ต้องผ่าตัดด้วยการกรีดจึงจะได้ชั้นตาที่สวยงามค่ะ :)
หากไม่เอาผิวหนังที่หย่อนคล้อยออก อาจกลายเป็นตาไส้กรอกหรือชั้นตาเป็นเส้นตรงได้ค่ะ :(
สำหรับผู้ที่มีดวงตาตอบลึก ทางแก้คือการปลูกถ่ายไขมันเหนือเปลือกตา หรือการทำตาสองชั้นแบบกรีดค่ะ~
การทำแบบกรีดสามารถมองเห็นโครงสร้างภายในดวงตาได้โดยตรงระหว่างผ่าตัด จึงทำได้อย่างละเอียดประณีตกว่าค่ะ
ไม่ใช่นะคะ!
การทำแบบกรีดไม่ได้แปลว่าจะต้องได้ชั้นตาแบบเอาท์ไลน์ (ชั้นตาหนา) เสมอไปค่ะ :)
สามารถทำชั้นตาบางๆ แบบชั้นตาซ่อนได้เช่นกัน ไม่ต้องกังวลค่ะ!
แม้จะเป็นความจริงที่ว่าวิธีกรีดฟื้นตัวช้ากว่าวิธีไม่กรีด
แต่กังนัมซอยอนผ่าตัดโดยทีมแพทย์ผู้ชำนาญ จึงช่วยลดรอยแผลเป็นให้เหลือน้อยที่สุดค่ะ
เช่นเดียวกับที่แต่ละคนมีหน้าตาแตกต่างกัน
ปริมาณไขมัน กล้ามเนื้อรอบดวงตา และเนื้อเยื่อหน้าแผ่นทาร์ซัสที่ต้องเอาออก ก็แตกต่างกันไปในแต่ละคนค่ะ
