สวัสดีค่ะ!
เพื่อการผ่าตัดที่ให้ความพึงพอใจสูง
เราตั้งใจทำอย่างเต็มที่เสมอ
คลินิกศัลยกรรมกังนัมซอยอนค่ะ :)
เมื่อผู้ชายตาชั้นเดียวทำการแก้กล้ามเนื้อตาอ่อนแรง ส่วนใหญ่จะผ่าตัดด้วยวิธีกรีด
เพราะสำหรับผู้ชายแล้ว วิธีไม่กรีด (เย็บ) มักไม่ค่อยเหมาะสม
ดังนั้นวันนี้เราจะมาดูกันว่า ทำไมการแก้กล้ามเนื้อตาอ่อนแรงแบบไม่กรีดจึงไม่เหมาะกับผู้ชาย
และเมื่อทำการแก้กล้ามเนื้อตาอ่อนแรงแบบไม่กรีดในกรณีที่ไม่เหมาะสม
จะเกิดผลข้างเคียงอะไรได้บ้าง
มาดูกันเลยค่ะ :)
ภาพด้านล่างนี้ นอกจากการปรับความสว่างแล้ว
ไม่ได้ผ่านการรีทัชใดๆ ทั้งสิ้นค่ะ :)

ก่อนอื่นจะขอบอกกรณีที่ไม่ควรทำการแก้กล้ามเนื้อตาอ่อนแรงแบบไม่กรีดค่ะ
หากกำลังพิจารณาผ่าตัด ลองนำไปเป็นข้อมูลอ้างอิงดูนะคะ
1) กรณีผิวหนังหนา

หากผิวหนังหนา แม้ผ่าตัดแล้วชั้นตาก็มักจะคลายออกง่าย
ในมุมมองของแพทย์ จึงจำเป็นต้องแนะนำวิธีที่ไม่คลายและอยู่ได้นาน
ผิวหนังของผู้ชายหนากว่าผู้หญิงอย่างชัดเจน
และมักมีเนื้อเยื่อใต้ผิวหนังมาก ทำให้ดูหนา จึงแนะนำวิธีกรีดค่ะ

แม้ผู้ที่ผิวหนังหนาจะผ่าตัดด้วยวิธีกรีด ก็สามารถได้ดวงตาที่คมชัดอย่างเป็นธรรมชาติเช่นนี้ได้
2) กรณีที่การลืมตาทำงานได้ไม่ดี

ผู้ที่ดวงตาดูง่วงมากอยู่แล้ว หากผ่าตัดด้วยวิธีไม่กรีด แทบจะไม่เห็นผล
อีกทั้งหากฝืนผ่าตัดด้วยวิธีไม่กรีด อาจเกิดผลข้างเคียงคืออาการตึงรั้งรุนแรงขึ้นได้

การแก้กล้ามเนื้อตาอ่อนแรงแบบไม่กรีดนั้น จะแก้ไขดวงตาโดยการเย็บมัดกล้ามเนื้อมุลเลอร์ผ่านทางเยื่อบุตา
เนื่องจากปริมาณที่แก้ไขได้ไม่มากนัก
ส่วนตัวคิดว่าเหมาะกับภาวะกล้ามเนื้อตาอ่อนแรงระดับเบามากๆ กล่าวคือ ลืมตาได้เกือบปกติ
แต่อยากให้ตาโตขึ้นอีกเล็กน้อย ในผู้ป่วยระดับนี้พอจะลองทำได้ค่ะ
หากทำเกินตัวจนดึงกล้ามเนื้อมุลเลอร์มากเกินไป จะรู้สึกไม่สบายตาอย่างมาก
ด้วยเหตุนี้ จึงมีหลายกรณีที่น่าเสียดายที่ต้องกลับมาผ่าตัดแบบกรีดอีกครั้งหลังจากทำแบบไม่กรีด

นอกจากนี้ ในกรณีที่การลืมตาทำงานได้ไม่ดี มักจะใช้หน้าผากช่วยลืมตา ทำให้เกิดริ้วรอยที่หน้าผาก

โดยทั่วไป ผู้ที่มีแรงลืมตาไม่พอจนลืมตาได้ไม่กว้าง มักจะใช้หน้าผากช่วยลืมตา

หากสังเกตดีๆ จะเห็นริ้วรอยตามแนวขวางที่หน้าผาก

เป็นภาพหลังผ่าตัด 1 ปีค่ะ
เนื่องจากไม่ต้องใช้หน้าผาก จึงสามารถลืมตาได้ดีโดยไม่มีริ้วรอยที่หน้าผาก
บางครั้งแม้จะทำการแก้กล้ามเนื้อตาอ่อนแรงแบบกรีดแล้ว ก่อนและหลังผ่าตัดก็ดูเหมือนไม่ต่างกันมาก
เพราะก่อนผ่าตัดใช้หน้าผากช่วยลืมตาให้กว้าง จนทำให้ตาดูโต

ดังนั้นเมื่อดูเฉพาะดวงตา ก่อนและหลังจึงดูเหมือนไม่ต่างกัน
แต่หากดูที่หน้าผาก จะเห็นว่าหลังผ่าตัดสามารถลืมตาได้กว้างโดยไม่ต้องใช้หน้าผาก
3) กรณีที่ทำการผ่าตัดแก้ไข

กรณีผ่าตัดแก้ไข จำเป็นต้องทำด้วยวิธีกรีดเท่านั้น
หากทำผิดพลาด ชั้นตาอาจเกิดเป็นสองเส้น และแก้ไขไม่ได้
จึงควรผ่าตัดด้วยวิธีกรีดเท่านั้น
4) กรณีที่มีไขมันในดวงตามาก

กรณีนี้จำเป็นต้องกำจัดไขมันออกอย่างเหมาะสม จึงทำด้วยวิธีไม่กรีดได้ยาก

ผู้ป่วยรายนี้เป็นผู้ที่กำจัดไขมันออก พร้อมทั้งกล้ามเนื้อรอบดวงตา ชั้นไขมันด้านหลังกล้ามเนื้อรอบดวงตา และผนังกั้น (เซปตัม) อย่างเหมาะสม
5) กรณีที่มีตาสองชั้นมาแต่กำเนิด

การแก้กล้ามเนื้อตาอ่อนแรงในคนตาชั้นเดียว จะกำหนดเส้นชั้นตาให้ต่ำมาก แล้วม้วนชั้นตาเข้าไปในผิวหนังเหนือดวงตา
เพื่อสร้างดวงตาที่โตและคมชัดโดยไม่เห็นชั้นตา
หากยังไม่ได้เลาะชั้นตาเดิมออก ก็ยากที่จะกำหนดเส้นชั้นตาให้ต่ำแล้วม้วนเข้าไปด้านใน
อาจเกิดชั้นตาเป็นสองชั้นสามชั้นได้
6) กรณีที่ผิวหนังหย่อนคล้อย

โดยเฉพาะผู้สูงวัย ส่วนใหญ่มักมีผิวหนังหย่อนคล้อย
หากผ่าตัดโดยไม่ตัดผิวหนังที่หย่อนคล้อยออก ผลลัพธ์ที่ได้จะไม่สวยงาม

แล้วกรณีที่สามารถทำการแก้กล้ามเนื้อตาอ่อนแรงแบบไม่กรีดได้มีอะไรบ้าง?
กรณีที่สามารถทำแบบไม่กรีดได้มีอยู่สี่กรณีค่ะ
1) เมื่อแก้กล้ามเนื้อตาน้อยกว่า 1mm
2) เมื่อผิวหนังไม่หย่อนคล้อย
3) เมื่อผิวหนังบางจนไม่ต้องกังวลว่าชั้นตาจะคลาย
4) เมื่อมีเนื้อเยื่อใต้ผิวหนัง เช่น ไขมัน ไม่มากนัก
นอกเหนือจากสี่กรณีนี้ ส่วนใหญ่จะผ่าตัดด้วยวิธีกรีด
วันนี้เราได้ดูเหตุผลที่แนะนำการแก้กล้ามเนื้อตาอ่อนแรงแบบกรีดให้ผู้ชาย และผลข้างเคียงของแบบไม่กรีดกันไปแล้ว
หวังว่าจะเป็นประโยชน์เมื่อท่านพิจารณาผ่าตัดนะคะ
และหวังว่าท่านจะได้ผ่าตัดด้วยวิธีที่เหมาะกับตัวเองค่ะ :)
เกี่ยวกับการแก้กล้ามเนื้อตาอ่อนแรงแบบไม่กรีดในผู้ชาย
ท่านสามารถดูรายละเอียดเพิ่มเติมได้จากวิดีโอด้านล่างค่ะ
↓↓↓↓↓↓
