ข้อดีที่สำคัญของการทำตาสองชั้นแบบเย็บจุด (Non-incisional method) คือระยะเวลาพักฟื้นที่เร็วกว่าเมื่อเทียบกับแบบกรีด (Incisional method) อย่างไรก็ตาม จะต้องทำในคนไข้ที่มีลักษณะตาเหมาะสมกับวิธีนี้จึงจะได้ผลลัพธ์ที่ดี
บุคคลที่มีโอกาสได้ผลลัพธ์ที่ไม่ดีจากการทำตาสองชั้นแบบเย็บจุด มีดังต่อไปนี้
1. เมื่อมีผิวหนังหย่อนคล้อยมาก
- โดยเฉพาะในผู้สูงอายุ หรือผู้ที่มีผิวหนังเปลือกตาหย่อนคล้อยมาก
2. เมื่อมีภาวะกล้ามเนื้อตาอ่อนแรง (Ptosis)
- สำหรับดวงตาที่ดูง่วงนอน การปรับกล้ามเนื้อตาแบบไม่กรีด (Non-incisional ptosis correction) จะมีข้อจำกัด
3. เมื่อผิวเปลือกตาหนา
- ชั้นตาจะหลุดง่าย หรือทำออกมาแล้วดูไม่เป็นธรรมชาติ
4. เมื่อมีไขมันที่เปลือกตามาก
- ชั้นตาจะหลุดง่าย และยังคงดูตุ่ยหรือหนาอย่างเห็นได้ชัด
เมื่อนึกขึ้นได้ จึงขอนำเคสของคนไข้ที่เคยผ่าตัดจากคลินิกอื่นมาโพสต์ให้ดูกัน

โดยเฉพาะตาข้างขวาที่คนไข้บอกว่าเดิมทีเล็กกว่าเล็กน้อย การฝืนทำชั้นตาให้สูงในผู้ที่มีผิวหนังหย่อนคล้อยจะทำให้ดูไม่เป็นธรรมชาติ

คนไข้แจ้งว่าลืมตาได้น้อยลงตั้งแต่หลังผ่าตัดทันที
แผนการรักษาเบื้องต้นคือการนำปมไหมออก และทำตาสองชั้นแบบเย็บจุดใหม่อีกครั้งในระดับความสูงที่เหมาะสม!! (ความจริงแล้วแพทย์แนะนำให้ทำแบบกรีด แต่คนไข้ขอเลื่อนไปทำในภายหลัง)
ทำการค้นหาปมไหมอย่างระมัดระวังดังภาพต่อไปนี้


ภาพก่อนที่จะทำการดึงปมไหมออก

นี่คือภาพขณะดึงปมไหมออกที่ตาอีกข้างหนึ่ง

ภาพหลังจากการนำปมไหมออกและทำตาสองชั้นแบบเย็บจุดใหม่เข้าสู่วันที่ 4
ดูเป็นธรรมชาติขึ้นกว่าเดิมมาก คาดว่าเมื่ออาการบวมลดลง รูปทรงตาจะดูสวยงามขึ้นกว่านี้มาก
การหาปมไหมจากการทำตาสองชั้นแบบเย็บจุดนั้นต้องอาศัยประสบการณ์ที่มากพอ มิฉะนั้นจะเหมือนกับการงมเข็มในมหาสมุทร...
นอกจากนี้ยังสามารถทำได้เฉพาะวิธีร้อยไหมแบบต่อเนื่องปมเดียว (Single-knot continuous suture method) เท่านั้น
