สวัสดีค่ะ!
เพื่อการผ่าตัดที่สร้างความพึงพอใจสูงสุด
เรามุ่งมั่นอย่างเต็มที่เสมอ
คลินิกศัลยกรรมกังนัมซอยอนค่ะ :)
วันนี้เราจะมาทำความรู้จักกับการลดชั้นตา กันค่ะ
มีคนไข้บางท่านที่มาถึงคลินิกแล้วสงสัยว่าการลดชั้นตาคืออะไร
และก็มีบางท่านที่มาเพื่อทำการลดชั้นตาโดยไม่ได้ศึกษาข้อมูลมาก่อน
เนื่องจากข้อมูลบนอินเทอร์เน็ตหลายอย่างไม่ได้มาจากคำอธิบายของแพทย์จึงอาจไม่ถูกต้อง เราจึงอยากอธิบายเรื่องนี้ให้เข้าใจก่อนค่ะ
วันนี้เราจะอธิบายก่อนว่าการลดชั้นตาคืออะไร ทำไมจึงต้องทำ และเมื่อทำแล้วอาจเกิดผลข้างเคียงหรือความเป็นไปได้ต่างๆ อะไรบ้าง


การแก้ไขชั้นตาที่สูงเกินไปนั้น เมื่อมีเส้นชั้นตาเดิมอยู่ ก็จะกำหนดเส้นชั้นตาใหม่ไว้ด้านล่าง
แล้วตัดส่วนระหว่างเส้นทั้งสองออกเพื่อกำจัดแผลเป็นและเลาะพังผืด สร้างเส้นชั้นตาใหม่พร้อมกับลดความสูงของเส้นชั้นตาลง
เช่นนี้จึงจะทำให้ไม่เห็นแผลเป็นของชั้นตา และลดความสูงของเส้นชั้นตาได้ค่ะ
วิธีนี้เรียกกันทั่วไปว่าการลดชั้นตาแบบเส้นเดียว

การลดชั้นตา คือวิธีผ่าตัดที่เลาะพังผืดของชั้นตาเดิม แล้วสร้างเส้นชั้นตาใหม่ด้านล่างเส้นชั้นตาเดิมเพื่อลดความสูงของเส้นชั้นตาลง
หากเรียกให้ถูกต้องก็คือ การผ่าตัดแก้ไขชั้นตาที่คงแผลเป็นจากเส้นกรีดเดิมไว้
การลดชั้นตาเป็นวิธีลดความสูงของชั้นตาโดยไม่ตัดแผลเป็นออก คนที่มีผิวหนังเหลือน้อยจึงใช้วิธีนี้ในการลดความสูงของเส้นชั้นตา
เป็นกระบวนการที่ไม่ตัดผิวหนังออก แต่เมื่อมีแผลเป็นเดิมอยู่เช่นนี้ ก็จะสร้างเส้นกรีดใหม่ด้านล่างเพื่อเลาะเฉพาะพังผืดออก


การลดชั้นตาเป็นกระบวนการที่ไม่ตัดผิวหนังออก แต่สร้างเส้นกรีดใหม่ใต้แผลเป็นเดิมเพื่อเลาะเฉพาะพังผืดออก
อ้าว? แล้วอย่างนี้แผลเป็นก็จะมีสองเส้นไม่ใช่หรือ? หลายท่านอาจคิดเช่นนี้ค่ะ
แต่หากเลาะพังผืดของแผลเป็นเดิมออกได้ดี จะเห็นแผลเป็นเพียงเส้นเดียว ส่วนแผลเป็นเดิมจะจางลงจนแทบมองไม่เห็น
แล้วเหตุผลที่ต้องทำการลดชั้นตาคืออะไร?

หากตัดแผลเป็นออกเหมือนในภาพด้านบน ผิวหนังก็จะหายไป
ซึ่งอาจทำให้ผิวหนังไม่เพียงพอ
ในกรณีที่จำเป็นต้องใช้แม้กระทั่งแผลเป็น ก็ต้องทำการลดชั้นตา (ไม่ตัดแผลเป็นออก)
#กรณีที่เส้นชั้นตาสูงเกินไปจนชั้นตาไม่พับ

ชั้นตาจะต้องพับได้จึงจะเรียกว่าชั้นตา
จากภาพแผนผังด้านบน ผิวหนังต้องถูกดึงขึ้นด้านบนและพับเข้าไป จึงจะเกิดชั้นตาขึ้น
ผิวหนังที่อยู่ใต้ขนตาต้องพับขึ้นเข้าไปด้านบน จึงจะเกิดชั้นตาขึ้น
แล้วถ้ามีเพียงเส้นกรีดแต่ไม่พับเข้าไปจะเป็นอย่างไร

เหมือนคนไข้ท่านนี้ที่มีเพียงแผลเป็นจากการกรีดแต่ผิวหนังไม่พับ จะกลายเป็นว่าไม่มีชั้นตา มีเพียงแผลเป็นเช่นนี้
แน่นอนว่าย่อมดูไม่เป็นธรรมชาติ และในกรณีเช่นนี้จำเป็นต้องลดความสูงของเส้นชั้นตาด้วยวิธีการลดชั้นตา

กรณีของคนไข้ท่านนี้ปัจจุบันมีผิวหนังเหลือเพียงพอ แต่ชั้นตาอยู่สูงเกินไป
หากตัดส่วนระหว่างเส้นชั้นตาใหม่กับแผลเป็นออก ผิวหนังจะไม่เพียงพอ จึงเป็นกรณีที่ต้องทำการลดชั้นตา
#กรณีที่ต้องการลดเส้นชั้นตาให้ต่ำที่สุดเพื่อซ่อนชั้นตาไม่ให้มองเห็น

เป็นกรณีที่ต้องซ่อนและลดเส้นชั้นตาให้ต่ำที่สุด
เพราะในกรณีเช่นนี้ต้องให้ผิวหนังปกคลุมเหนือชั้นตาเพื่อไม่ให้มองเห็นชั้นตา
ใช้ในกรณีที่ต้องการทำให้แทบมองไม่เห็นชั้นตาเหมือนผู้ชาย


ภาพก่อนผ่าตัดและหลังผ่าตัดวันที่ 10

ภาพหลังการลดชั้นตา 6 เดือน
#กรณีที่เส้นชั้นตาสูงเกินไปจนดูหนักและเข้มเกินไป

ภาพก่อนการลดชั้นตาและหลังผ่าตัดผ่านไปประมาณ 1 ปี

ภาพขณะหลับตาเมื่อผ่านการผ่าตัดไปประมาณ 1 ปี
เส้นจางๆ ด้านบนคือแผลเป็นเดิม ส่วนเส้นที่เข้มขึ้นเล็กน้อยด้านล่างคือแผลเป็นที่เกิดหลังการลดชั้นตา


กรณีนี้ได้ลดเส้นชั้นตาข้างขวาด้วยการลดชั้นตา และเนื่องจากด้านที่ใกล้จมูกมีความรู้สึกดูง่วงเล็กน้อย จึงทำการแก้กล้ามเนื้อตาอ่อนแรงร่วมด้วย

นี่คืออีกกรณีหนึ่งค่ะ
เป็นคนไข้ที่ไม่พอใจกับชั้นตาแบบเอาต์ไลน์ (outline) และต้องการลดเส้นชั้นตาลงมาเป็นระดับอินเอาต์ (in-out)
#การแก้กล้ามเนื้อตาอ่อนแรงจำเป็นหรือไม่?
มีบางท่านถามว่าเมื่อทำการลดชั้นตาจำเป็นต้องแก้กล้ามเนื้อตาอ่อนแรงด้วยหรือไม่

สำหรับคนไข้ที่ดูตาง่วงเหมือนในภาพด้านบนก็อาจจำเป็น แต่โดยทั่วไปแล้วไม่ได้เป็นสิ่งจำเป็นเสมอไปค่ะ

หากเกิดชั้นตาสามชั้นขึ้น ก็ถือได้ว่าการผ่าตัดล้มเหลว
กรณีนี้มักเกิดจากการที่เกิดพังผืดขึ้นใหม่ที่บริเวณชั้นตาเดิมมากที่สุด
นี่คือตัวอย่างของชั้นตาสามชั้น ท่านนี้ไม่ได้ทำการลดชั้นตา แต่ขอยกมาเป็นตัวอย่าง
การที่เหนือเส้นชั้นตามีการพับซ้ำอีกครั้งเหมือนชั้นตา นั่นคือชั้นตาสามชั้น
หากการลดชั้นตาล้มเหลว เส้นชั้นตาจะพับซ้ำอีกครั้งบริเวณที่มีแผลเป็นเดิมเช่นนี้
มีหลายวิธีในการป้องกันปัญหานี้

โดยทั่วไปการลดชั้นตาจะทำในกรณีที่ผิวหนังเหลือน้อย แต่ถึงอย่างนั้นก็ต้องมีผิวหนังเหลืออยู่ในระดับหนึ่ง อย่างน้อยต้องมากพอที่จะหลับตาได้จึงจะทำได้
และต้องผ่านการผ่าตัดครั้งล่าสุดมาแล้วอย่างน้อย 6 เดือนขึ้นไป ยิ่งระยะเวลานานเท่าใด อัตราความสำเร็จก็ยิ่งสูงขึ้น
อีกทั้งในกรณีของการผ่าตัดแก้ไข เมื่อผ่าเปิดออกมาดูมักมีตัวแปรที่ไม่คาดคิดมากมาย จึงต้องให้แพทย์ที่มีประสบการณ์สูงเป็นผู้ผ่าตัดอย่างปลอดภัยจึงจะมีอัตราความสำเร็จสูง ดังนั้นควรปรึกษาแพทย์ผู้เชี่ยวชาญด้านศัลยกรรมตกแต่งเพื่อตรวจสอบว่าเป็นวิธีผ่าตัดที่เหมาะกับตนเองหรือไม่ และพิจารณาอย่างรอบคอบค่ะ
สามารถดูรายละเอียดเพิ่มเติมได้จากวิดีโอด้านล่างค่ะ
↓↓↓↓↓↓
